0

พัฒนาการฟุตบอลไทย ในมุมมองของเอเอฟซี

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี)
ได้กล่าวถึงพัฒนาการของฟุตบอลไทย ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผ่านบทความชื่อ
Thailand’s transformation from regional to continental giants หรือ
การเปลี่ยนผ่านของไทยจากระดับภูมิภาค สู่การก้าวไปเป็นยักษ์ใหญ่ของทวีป

การเข้าถึงรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย ของรายการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018
ทำให้ไทยได้แปรสภาพจากมหาอำนาจลูกหนังอาเซียน
สู่ผู้ท้าชิงระดับทวีปที่จุดประกายความหวังใหม่ ให้กับแฟนบอลผู้คลั่งไคล้ภายในประเทศ

แต่การที่ “ช้างศึก” มาไกลได้ถึงจุดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
เพราะเบื้องหลังได้มีการขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นและสร้างสรรค์ตั้งแต่ 2 ปีก่อน
เมื่อได้มีภารกิจวางแผนเชิงกลยุทธ์ร่วมกับเอเอฟซีและฟีฟ่า
ในการริเริ่มกำหนดแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี

หลักการและผลลัพธ์จากโครงการพัฒนาของประธานเอเอฟซี (พีดีไอ)
เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อได้เห็นสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ทำการตัดสินใจเรื่องสำคัญต่างๆ ร่วมกันในภารกิจดังกล่าว
เช่นเดียวกับการตั้งเป้าหมายในอนาคต รวมถึงวางแผนการปฏิบัติ
ก่อนจะวางรากฐานเพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพ
และมาตรฐานการบริหารในเมืองไทย

มีการปรับปรุงในเรื่องสำคัญๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น สถานภาพทางการเงิน
และนโยบายที่มีความรอบคอบ, การสร้างสาธารณูปโภคสำหรับฟุตบอลเพื่อผลสำเร็จ,
การลงทุนที่มีเป้าหมายในเรื่องของทรัพยากรมนุษย์
และพัฒนาสภาพแวดล้อมเชิงบวกภายในองค์กร
ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีของฟุตบอลไทยให้คนภายนอกรับรู้

จากแผนการปฏิบัติที่ชัดเจน โครงการพัฒนาจากเอเอฟซีทั้ง 4 โครงการ อันได้แก่
พีดีไอ, หลักสูตรการบริหารจัดการฟุตบอล, แผนการสร้างสนามขนาดเล็ก
และช่องทางการถ่ายทอดสด ล้วนมีผลงานอันโดดเด่น
นับได้ว่าเป็นผู้เปลี่ยนแปลงเกมลูกหนังให้สามารถเกิดขึ้นได้จริง

ขณะเดียวกัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็ได้ตอบสนองในการ
“ปรับโครงสร้างผู้ตัดสิน” โดยเอเอฟซีได้ส่งที่ปรึกษา
ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับโลกผ่านโครงการพีดีไอ เพื่อช่วยจัดหลักสูตรผู้ตัดสิน 9 หลักสูตร
ตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยแผนกผู้ตัดสินได้ถูกก่อตั้งขึ้นมาใหม่
เช่นเดียวกับแผนงานเชิงกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสมต่อการพัฒนา

นอกจากนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ยังได้ยกระดับทรัพยากรมนุษย์ของตัวเองด้วยเช่นกัน
เมื่อบุคลากรระดับหัวหน้าของสมาคมฯ
ได้จบหลักสูตรประกาศนียบัตรการบริหารจัดการฟุตบอลของเอเอฟซี ขณะที่อีก 4
คนใกล้จะสำเร็จการศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ซึ่งจากการจัดระบบขององค์กรก็ต่อยอดไปสู่การพัฒนา
เมื่อสนามฟุตบอลขนาดเล็กที่ทันสมัยได้เปิดทำการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2017 ณ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เพื่อเติมเต็มศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ
ที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของประเทศ
ซึ่งสนามแห่งนี้ได้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะที่เป็นสถานที่เก็บตัวของนักฟุตบอลทีม
ชาติที่เป็นแรงบันดาลใจ และมีความหลงใหลเกมลูกหนังในทุกระดับ
นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางจัดการแข่งขัน ยูธ เฟสติวัล ของสมาคมฯ
ที่จัดขึ้นเพื่อพัฒนาทักษะเยาวชนอีกด้วย

ขณะที่การสร้างปฏิสัมพันธ์และการเข้าถึงเกมลูกหนัง ก็ได้ถูกขยายออกไปในวงกว้าง
ไม่จำกัดเฉพาะในสนาม ซึ่งนับตั้งแต่ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
ได้ริเริ่มช่องทางการถ่ายทอดสด ก็เกิดตัวเลขอันน่าประทับใจ โดยมียอดการชมถึง 3.4
ล้านวิว และมีผู้ชมสูงถึง 1.3 ล้านคนจาก 500 แมตช์
ทั้งที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงแค่ปีเศษในเดือนมิถุนายน 2017

ความก้าวหน้าของไทยที่เป็นตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัด
เมื่อมองไปยังรายการแข่งขันของเอเอฟซี คือพัฒนาการด้านฟุตบอลในระดับทวีป
ตั้งแต่ฟุตบอลหญิงไปจนถึงฟุตซอล, ทีมชาติชุดเยาวชนทุกรุ่น
ฟุตบอลไทยกำลังก้าวไปสู่อีกระดับ

และสำหรับเวทีใหญ่อย่าง เอเอฟซี เอเชียน คัพ ที่ยูเออีในปี 2019
จะเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันแรงกล้าต่อประเทศต่างๆ
ในเอเชีย หากสามารถผ่านเจ้าภาพยูเออี, บาห์เรน และอินเดียในกลุ่ม เอ
จะเป็นผลงานที่ดีที่สุดของ “ช้างศึก” นับตั้งแต่ปี 1972 เลยทีเดียว

จากการนำโดยดาวจรัสแสงรุ่นใหม่ ทำให้ความตั้งใจที่จะทำตามจุดประสงค์,
ความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ และความเข้าใจในการทำสิ่งที่เป็นไปได้
กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า
จากแฟนบอลไทยผู้คลั่งไคล้อีกหลายล้านคน

Piagnome

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *